เกษตรกรรับเงินไร่ละ 1,0.0.0 ย้ำ! ลงทะเบียนก่อน 30 เม.ย.นี้

เกษตรกรรับเงินไร่ละ 1,000 ย้ำ! ลงทะเบียนก่อน 30 เม.ย.นี้

เกษตรกรรับเงินไร่ละ 1,0.0.0 ย้ำ! ลงทะเบียนก่อน 30 เม.ย.นี้

เงินไร่ละ 1,000 บาท ตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือชาวนาโดยตรงและจะไม่เป็นภาระแก่รัฐบาลภายหลัง โดยการช่วยเหลือชาวนาปรัง จะเป็นการจ่ายเงินชดเชยเกษตรกรโดยตรง ไร่ละ 1,000 บาท คนละไม่เกิน 10 ไร่ วงเงินงบประมาณ 2,867.23 ล้านบาท นั้น จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ทันที และไม่กระทบกับการใช้งบประมาณ เงื่อนไขการจ่ายเงินเยียวยาชาวนา มีดังนี้

1.จ่ายให้เกษตรกรข้าวนาปรัง คนละ 1,000 บาท/ไร่ ไม่เกิน 10ไร่/ครัวเรือน

2.จ่ายให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ปลูกข้าวนาปรังโดยตรง

3.สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน สามารถขึ้นทะเบียนได้ถึงวันที่ 30 เม.ย. 68

ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2567 มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนปลูกข้าวนาปรัง จำนวน 3.2 แสนครัวเรือน ประมาณ 5.5 ล้านไร่ และปี พ.ศ. 2568 มีเกษตรกรฯ ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 2.3 แสนครัวเรือน ประมาณ 4 ล้านไร่ โดยรัฐบาลได้ย้ำเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง รีบลงทะเบียนเป็นผู้ปลูกข้าวนาปรังผ่านทาง https://efarmer.doae.go.th เพื่อรับสิทธิ์มาตรการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ภายในวันที่ 30 เมษายน 2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การช่วยเหลือไร่ละพันในครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ ทั้งที่ปกติไม่เคยช่วยเหลือข้าวนาปรัง แต่เมื่อปลูกแล้ว ก็ต้องดูแล โดยในการดูแลครั้งนี้ มีเงื่อนไขชัดเจนว่า เกษตรกรจะต้องปรับโครงสร้างการผลิต ซึ่ง นบข. ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมากำกับดูแล ประกอบด้วยสภาพัฒน์ฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย ภาคเอกชน ตัวแทนชาวนา และกระทรวงพาณิชย์ร่วมเป็นคณะทำงาน โดยจะผลักดันให้ไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นที่เหมาะสม หรือถ้ายังต้องการจะปลูกข้าว ก็ต้องใช้พันธุ์ข้าวที่ดี มีผลผลิตต่อไร่สูง และเป็นที่ต้องการของตลาด

วิธีลงทะเบียน เกษตรกรรายใหม่ ติดต่อลงทะเบียนเกษตรกร 2568 ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก หรือช่องทางออนไลน์ ผ่านระบบ e-Form ที่ เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th ขั้นตอนดังนี้

1.กดแถบสีเหลือง “ขึ้นทะเบียน”

2.ระบบเข้าสู่หน้า “ลงทะเบียนเกษตรกร”

3.กรอกข้อมูลส่วนตัว

4.อ่านข้อกำหนดและข้อปฏิบัติ จากนั้นกดติ๊กยืนยัน

5.กดลงทะเบียน

ทั้งนี้เมื่อผ่านการตรวจสอบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 วันทำการแล้ว เกษตรกรจะสามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2568 และติดตามผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2568 ผ่านระบบได้ วิธีตรวจสอบดังนี้

1.กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก

2.ใส่รหัสผ่าน

3.คลิกเข้าระบบ กรณีขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2568 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ

ขั้นตอนดังนี้

1.ยื่นแบบ ทบก.01 พร้อมด้วยบัตรประชาชนตัวจริง และสำเนาหลักฐานถือครองที่ดิน ณ สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูกหรือจุดนัดหมายที่สำนักงานเกษตรอำเภอนั้น ๆ กำหนด นอกจากนี้ท่านสามารถติดต่อผู้นำชุมชนหรือตัวแทนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) เพื่อทำเรื่องขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้

สำหรับ “ทะเบียนเกษตรกร” คือ ข้อมูลของครัวเรือนผู้ประกอบการเกษตรที่แสดงถึงสถานภาพและการประกอบอาชีพการเกษตรของครัวเรือน วัตถุประสงค์ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อจัดทำข้อมูลการเกษตรให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง และเป็นข้อมูล ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ในการนำไปใช้วางแผนพัฒนาการเกษตร กำหนดนโยบาย การจัดการด้านการผลิต การตลาด การส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงเป้าหมาย โดยผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้แล้ว จะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิขอรับการสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือรับบริการต่าง ๆ จากภาครัฐ โดยไม่เสียสิทธิ